ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินมาที่ราชบุรี ในเดือน กันยายน พ.ศ.2452วันที่ 1 ม.ค. 57 ถึง 1 ม.ค. 57
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาที่มณฑลราชบุรี ได้ประทับแรมที่จวนสมุหเทศาภิบาล (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน)ในปี 2452 ในสมัยที่พระยากไกรเพ็ขรรัตนสงคราม (แฉ่ บุนนาค) เป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาที่มณฑลราชบุรี ได้ทรงบันทึกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของเมือง และประชาชนไว้ ในการบรรยายภาพ ข้อความภายในเครื่องหมาย "...." คือสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงจดบันทึกไว้ จึงได้นำภาพถ่ายสถานที่รัชกาลที่ 5 ได้ทรงกล่าวถึงมาลงไว้ โดยหาภาพที่เก่าที่สุดเท่าที่จะหาได้ของสถานที่เหล่านั้น
จากบันทึกในราชหัตเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี 2452 ฉบับที่ 1 ระบุว่า รัชกาลที่ 5 เสด็จมาทางชลมารท ในวีันที่ 30 สิงหาคม 2452 ทางคลองภาษีเจริญ เข้าคลองดำเนินสะดวก มาประทับแรมที่พลับพลาบางนกแขวก รุ่งขึ้นวันที่ 31 ส.ค.2452 เช้าเข้าคลองบางป่่า เข้าราชบุรี พักที่เรือนบ้านสมุหเทศาภิบาล รุ่งเช้าวันที่   1 กันยายน 2552 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสมณฑลราชบุรี อันปรากฏหลักฐานในพระราชหัตถเลขา รวม 4 ฉบับ มีเกร็ดบันทึกไว้ว่า พระองค์ท่านเสด็จรถเจ๊กไปดูแถวตลาดริมน้ำ แล้วเลยไปวัดศรีสุริยวงศ์ เสร็จแล้วกลับมาพักบ้านเทศาภิบาล (จวนหลังนี้ คือ จวนที่ รัชกาลที่ 5 เคยประทับแรมเมื่อปี 2452 และถนนเส้นนี้ คือถนนที่ รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินในปี 2452 ทรงบรรยายลักษณะของตัวเมืองราชบุรีไว่้ว่า   (ที่มาของภาพ - ถ่ายปี 2556 ปรับเป็นขาดดำเพื่อให้เข้ากับภาพเก่าในอดีต)
"เวลาเช้า ได้ขึ้นรถแจ๊กไปดูแถวตลาดริมน้ำ ตั้งแต่หน้าบ้านเทศาไป ได้ถมศิลาเขาหลามบดแน่นเรียบร้อยดีตลอด ตลอดจนที่ว่าการมณฑล ... ตึกตลาดพระคลังข้างที่ ติดแน่นหนาดีมาก "   (ที่มาของภาพ - ภาพบริเวณท่าน้ำเทศบาล ไม่ทราบว่าถ่าย พ.ศ.ใด (ไม่ใช่ภาพสมัย ร.5))
สะพานจุฬาลงกรณ์ เป็นสะพานเหล็กข้ามทางรถไฟ มีสะพานไม้สำหรับคนเดิน 2 ข้างของสะพาน สะพานดังกล่าว เคยถูกพันธมิตรทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2484-2488) ซึ่งยังมีซากรถไฟจมอยู่กลางแม่น้ำ และลูกระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็จมอยู่ใต้น้ำด้วย)ส่วนสะพานที่ทำด้วยคอนกรีตที่กำลังก่อสร้างคือ สะพานธนรัชต์ ซึ่งสร้างในปี 2504 ภาพนี้จึงน่าจะถ่ายประมาณปี 2504   (ที่มาของภาพ - ร้านก๋วยเตี๋ยวปลา ตรีอักษร ถ.ศรีสุริยวงศ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี)
บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง เขตตำบลหน้าเมือง ยังสามารถมองเห็นหอนาฬิกา และแนวต้นสน ไม่ทราบว่าถ่ายในปี พ.ศ.ใด   (ที่มาของภาพ - )
"ตึกตลาดพระคลังข้างที่ ติดแน่นหนาดีมาก ตัวตลาดของวัดยังไม่พอซึ่งที่ขยายยังติดเกะกะต่างๆ ด้านหลังเป็นตึกเ่ก่าที่ยังต้องรื้อ ด้านหน้าก็เป็นโรงตำรวจภูธร ซึ่งจะย้ายไปไหนก็ยังไม่ได้ ที่พักมิชชั่นนารีเข้าไปอยู่ระหว่างนั้น ยังจะต้องย้ายเปลี่ยนกันอีกหลายต่อจึงจะขยายตลาดออกไปได้ พิเคราะห์ดูตึกรามที่ทำๆไว้ ก็เป็นเรื่องน่าสังเวช แต่จะทนสู้ตึกเรือนฝากกระดานก็ไม่ได้ เพราะเหตุที่ทำตึกแต่ไม่รู้จักวิธีทำตึก ปลูกสร้างขึ้นเหมือนยังเรือนไม้ง่อนแง่นกำลมะลอไปทั้งนั้น "    (ที่มาของภาพ - ภาพนี้สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือการถ่ายภาพของนายสุรินทร์ วิรุฬห์วชิระ ที่ถ่ายจากบนดาดฟ้าบ้านของนางหัทยา มณีกุล ถ่ายประมาณปี 2500)
เป็นบรรยากาศของสนามหญ้า ตลาดสนามหญ้า หรือตลาดราชพัสดุ เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว สนามหญ้าถือได้ว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองราชบุรี และยังมีหอนาฬิกาสิ่งปลูกสร้างที่กลายเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองราชบุรี ในอดีตบริเวณแห่งนี้ มีหญ้าปลูกขึ้นเขียวขจีไปทั่วทั้งสนาม และมีน้ำพุตั้งอยู่ตรงกลางสนาม คนทั่วไปจึงเรียกติดปากว่า "สนามหญ้า" มาจนถึงปัจจุบัน 
สนามหญ้าเป็นสถานที่พักผ่อนออกกำลังกายและสนามเด็กเล่นของผู้คนในตลาดและที่อยู่ใกล้เคียง พอถึงเวลาตอนเย็นก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยมาตั้งขายอาหารของกินกันอย่างเรียงราย ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นจนถึงรุ่งเช้า กลายเป็นตลาดโต้รุ่ง เช่นเดียวกับตลาดโต้รุ่งองค์พระที่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และตลาดโต้รุ่งแห่งนี้ยังเป็นสถานที่แห่งเดียวในอดีตที่ชาวเมืองราชบุรี สามารถออกมาหาซื้อของกินได้ในเวลากลางคืน 
ต่อมาในปี พ.ศ.2527 ทางราชพัสดุได้มีโครงการปรับปรุงตลาดโต้รุ่งสนามหญ้าให้มีระเบียบเรียบร้อยดูสวยงามมากยิ่งขึ้น จึงได้ทำการสร้างหลังคาคุมกันแดดกันฝนขึ้นอย่างถาวร และจัดแบ่งสันพื้นที่ขายของให้แก่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเข้ามมาขาย และได้ตั้งชื่อตลาดโต้รุ่งที่ปรับปรุงใหม่นี้ว่าตลาดราชพัสดุ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นตลาดขายอาหารของกินตลอดทั้งวันมาจนถึงปัจจุบัน การปรับปรุงสนามหญ้าในครั้งนั้นเท่ากับเป็นการปิดตำนานสวนสาธารณะสนามหญ้าที่มีหญ้าขึ้นปกคลุมเขียวขจีลงเหลือเพียงแต่ความทรงจำของคนรุ่นก่อน และสร้างความสงสัยให้คนรุ่นใหม่ว่า ทำไมตลาดขายอาหารกลางเมืองราชบุรีที่หาหญ้าสักต้นหนึ่งไม่พบ จึงถูกเรียกว่า "สนามหญ้า"    (ที่มาของภาพ - ภาพนี้สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือการถ่ายภาพของนายสุรินทร์ วิรุฬห์วชิระ ที่ถ่ายจากบนดาดฟ้าบ้านของนางหัทยา มณีกุล)
นายสุรินทร์เป็นพ่อค้าขายน้ำเก๊กฮวย ใบบัวบก จับเลี้ยง ลำไย ขายประจำอยู่ที่ด้านหน้าท่าเรือเทศบาลเมืองราชบุรี ขายตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงวัน ซึ่งคนตลาดและผู้คนที่รู้จักหรือลูกค้าทั่วไปจะรู้จักกับนายสุรินทร์ในนาม " ตาปลิวเลี้ยงจุ๋ย" คำว่า เลี้ยงจุ๋ย เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วแปลว่าเก๊กฮวย นั่นเอง ด้วยน้ำเก๊กฮวยของนายสุรินทร์นั้นเป็นที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องของความหอมและอร่อย ภาพนี้ถ่ายไว้เมื่อราว 60 ปีที่แล้ว (2490)  ปัจจุบันนายสุรินทร์เสียชีวิตแล้ว   (ที่มาของภาพ - จาก ราชบุรีศึกษา)
"เมืองราชบุรี ที่แลเห็นแปลกกว่าแต่ก่อนนั้นคือ ตึกตลาดที่ทำแล้วเสร็จถัดไปก็ศาล ศาลนี้ใหญ่โตสูงตระหง่านผิดกับที่อื่น ตามแถบที่ตั้งเตาปูนแต่ก่อนรายๆกันอยู่นั้น เดี๋ยวนี้ตั้งติดกันตลอดคุ้งน้ำซ้อนกัน 2 ชั้น 3 ชั้นฟากตะวันออกก็มี เห็นจะเป็นด้วยปูนใช้การที่กรุงเืทพฯมากขึ้น จึงได้เผาปูนทวีขึ้นหลายเท่า " (ตึกด้านหลังเดิมเป็นศาลมณฑลราชบุรี ต่อมาศาลจังหวัดราชบุรีได้ย้ายไปที่ ถนนยุติธรรม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ศาลดังกล่าวจึงใข้เป็นศาลแขวงในปัจจุบัน ภาพนี้ถ่ายเมื่อนักเรียนโรงเรียนเบญจมราชูทิศ เดินขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือทหารที่ไปรบในสงครามเกาหลี จึงน่าจะถ่ายประมาณปี พ.ศ.2490-2493)   (ที่มาของภาพ - โรงเรียนเบจมราชูทิศ เด็กนักเรียนเดินขอบริจาคช่วยสงครามเกาหลี พ.ศ.2493-2496)
ช่วงที่ต่อจากหอนาฬิกา จะมุ่งหน้ามาที่ กองบัญชาการรัฐบาลมณฑลราชบุรี   (ที่มาของภาพ - )
"ตึกสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งเป็นที่ว่าการทั้งใหญ่และโต ก็ต้องมุงจากทับกระเบื้องที่วังเก่า ซึ่งอยู่ตรงอาลูนใช้เป็นการย่อมุมและตกแต่งลวดลายปูนปั้นที่ส่วนฐาน ส่วนองค์เรือนธาตุ แตะรางไปพลาง ก่อนอยู่อย่างนี้ ก็อยู่ได้ด้วยค้ำจุน" ตึกดังกล่าวสร้างก่อนปี 2416 เพื่อเป็นจวนของสมเด็จเจ้าพระยาบรมศรีสุริยงส์ (ช่วง บุนนาค)ผู้สำเร็จราชการในช่วงปี 2411-2416 หลังจากท่านเสียชีวิต อาคารดังกล่าวได้ตกเป็นของหลวง ต่อมาใช้เป็น กองบัญชาการรัฐบาลมณฑลราชบุรี หลังจากสร้างศาลาว่าการมณฑลหลังใหม่ (ศาลากลางหลังเก่า) เสร็จในปี 2465 ได้ย้ายกองบัญชาการรัฐบาลมณฑลราชบุรี มาไว้ที่ที่ว่าการมณฑลใหม่ และตึกหลังนี้จึงใช้เป็นจวนของผู้ว่าราชการ (เมื่อครั้งเป็นมณฑล มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และสมุหเทศาภิบาลมณฑล โดยสมุหเทศาภิบาลพักอยู่ที่จวนสมุหเทศาภิบาลมณฑล จวนผู้ว่าราชการจังหวัดในปัจจุบัน)   (ที่มาของภาพ - ถ่ายปี 2556 ทำเป็นภาพขาดำเพื่อให้เข้ากับภาพก่อนหน้า)
กองบัญชาการรัฐบาลมณฑลราชบุรี ปัจจุบันใช้เป็นส่วนแสดงนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ปัจจุบันมีท่าเรืออยู่ด้านหน้า ซึ่งในอดีตการเดินทางใช้ทางเรือ จะต้องมาลงเรือที่ท่า ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้ทรงบรรยายในปี 2416 ไว้ว่า "ที่บ้านโรงช้างมีคนมากนัก ฝั่งซ้ายมือก็มีเรือนเหมือนต่อมาถึงสมเด็จเจ้าพระยา พบคุณหญิงพัน อยู่ในเรือนหน้าแพ แล้วขึ้นตามอัฒจันทร์ที่หน้าค่ายหลวง "   (ที่มาของภาพ - ถ่ายเมื่อปี 2556 ปรับให้เป็นขาดดำ เพื่อให้เข้ากับภาพก่อนหน้า)