ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : ประสาทเมืองต่ำ อ.ประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์วันที่ 25 มิ.ย. 58 ถึง 25 มิ.ย. 58
ประสาทเมืองต่ำ ศิลปเขมร พุทธศตวรรษที่ 16-17 
คำว่า เมืองต่ำ ไม่ใช่ชื่อดั้งเดิม แต่เป็นชื่อที่ชาวพื้นเมืองเรียกโบราณสถานแห่งนี้ เพราะปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นราบ[2] ส่วนปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนเชิงเขา ซึ่งทั้งปราสาทเมืองต่ำและปราสาทพนมรุ้งอยู่ไม่ห่างกันมาก คือห่างกันเพียง 8 กิโลเมตร นอกจากนี้ วัสดุส่วนหนึ่งจากโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ของปราสาทเมืองต่ำ   (ที่มาของภาพ - )
ปราสาทเมืองต่ำ เป็นศาสนาสถาน ศิลปะขอมแบบบาปวน อายุประมาณ พ.ศ. 1551-1630 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 โดยสร้างก่อนประสาทหินพนมรุ้ง    (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
หน้าบัน (ส่วนที่อยู่ระหว่างส่วนโค้งของปราสาท กับ ทับหลัง) ของปราสาทประธาน ซึ่งพังลงเหนือแต่ฐาน ที่ด้านหน้าจึงจำลองหน้าบัน เป็นภาพภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศิลปะปาปวน  ให้สังเกต นาค 5 เศียรที่ด้านข้างทั้ง 2 ข้าง จะเห็นหัวพญานาคหัวโล้น เป็นหลักฐานหนึ่งที่แสดงว่าสร้างในศตวรรษที่ 16 เพราะถ้าเป็นศตวรรษที่ 17 หัวพญานาคจะไม่โล้น   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ทับหลังปราสาทประธาน  สลักพระศิวะประทับเหนือหน้ากาล  ในปาง "กัลยาณะสุนทะระมูรติ" ส่วนบนของทับหลังจำหลักภาพฤๅษีนั่งประนมมือเป็นแถว จำนวน 7 ตน    (ที่มาของภาพ - )
ทางเดินที่จะเดินเข่าไปสู่ประสาทเมืองต่ำ โดยสิ่งที่น่าสนใจมี
1.กำแพงแก้วที่อยู่ชั้นนอกสุด
2.ระเบียงคด เป็นระเบียงชั้นในที่ล้อมปราสาท (ประธาน 1 องค์และประสาทบริวารอีก 4 องค์) บรรณราย 2 องค์ และประตูด้านหน้าระเบียงคด (โคปุระ)
3.บารายด้านใน และด้านนอก เป็นสระใหญ่
4.ภาพสลักดอกบัว 8 กลีบ
5.ปราสาทด้านในระเบียงคด   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ซุ่มประตู (โคปุระ) และ ระเบียงคด เป็นแนวกำแพงชั้นในของโบราณสถาน ก่อสร้างด้วยหินทรายเชื่อมต่อกันโดยรอบ ล้อมรอบกลุ่มปราสาทอิฐ ภายในห้องกว้าง ประมาณ 2 เมตร พื้นปูด้วยศิลลาแลง ที่บริเวณกึ่งกลางของระเบียบคดทุกด้าน ก่อสร้างเป็นซุ้มประตูในแนวเดียวกันกับซุ้มประตูของกำแพงแก้ว   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
บริเวณพื้นกลางห้องภายในซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก มีการสลักเป็นลายเส้นรูปดอกบัว 8 กลับ ซึ่งอาจหมายถึงจุดกำหนดในการตั้งจิต อธิษฐานบูชาเทพเจ้า หรือหมายถึงการจำลองแผนผังของจักรวาล อันประกอบด้วยทิศสำคัญทั้ง 8 ทิศ ผู้ไปสักการะมักจะตั้งสมาธิอธิฐานจิต เบื้องหน้าลายดอกบัว 8 กลีบนี้   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ซุ้มประตู และระเบียงคด โดยด้านนอกของระเบียงคตทั้ง 2 มุมคือสระน้ำ หรือบาราย    (ที่มาของภาพ - )
สระน้ำหรืออยู่ด้านนอกของระเบียงคด มีรูปพญานาค 5 เศียร โดยมีสระน้ำทั้งหมด 4 สระ (ทั้ง 4 มุม) ด้านนอกระเบียงคด ภายในกำแพงแก้ว   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ประสาทประธานอยู้ตรงกลาง หักพังลงมาเหลือแต่ฐาน และมีปราสาทบริวารอีก 4 องค์  อยู่ทางทิศเหนือ 2 องค์ (องค์หน้าและองค์หลัง)  ทิศใต้ 2 องค์ (องค์หน้าและองค์หลัง)   (ที่มาของภาพ - )
บรรณาลัย 2 หลัง ก่อสร้างด้วยอิฐ อยู่บริเวณด้านหน้าของกลุ่มปราสาทอิฐ ข้างละ 1 หลัง ลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขและประตูทางเข้าด้านทิศตะวันตกด้านเดียว ส่วนผนังหลังคาพังลงหมดเหลือเพียงกรอบประตูและทับหลัง จากรูปแบบของอาคารเป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์ ตำราทางศาสนา หรืออาจเป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเคารพ   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ปราสาทแถวหลังองค์ทิศใต้ ก่อสร้างด้วยอิฐ เดิมมีลวดลายปูนปั้นประดับ ทับหลังทำจากหินทรายสลักภาพเทพเจ้าประทับนั่งเหนือหงส์ สันนิษฐานว่าเทพเจ้านี้หมายถึงพระวรุณเทพผู้รักษาทิศตะวันตก   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ปราสาทแถวหน้าองค์ทิศเหนือ ก่อสร้างด้วยอิฐ เดิมมีลวดลายปูนปั้นประดับ ทับหลังทำจากหินทรายสลักภาพพระศิวะคู่กับพระอุมาประทับนั่งเหนือ โคนนทิ เรียกภาพตอนนี้ว่า "อุมามเหศวร"   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ส่วนบนของปราสาท เรียกว่าบัวยอดปราสาท นำมาไว้ที่ด้านล่างแทน   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ปราสาทแถวหลังองค์ทิศเหนือ ก่อสร้างด้วยอิฐ เดิมเคยมีลวดลายปูนปั้นประดับ ทับหลังทำจากหินทรายสลักภาพพระกฤษณะยกภูเขาโควรรธนะ เพื่อปกป้อง คนเลี้ยงวัวและฝูงวัวให้พ้นภัยจากพายุฝน   (ที่มาของภาพ - )
ทับหลัง ที่นำมาวาง โดยมีเทพประทับเหนือหน้ากาล (น่าจะเป็นพระศิวะ ?)   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ทะเลเมืองต่ำ หรือ "สระบาราย" ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมาในสมัยเดียวกันกับตอนสร้างปราสาท อยู่ห่างจากตัวปราสาทเมืองต่ำไปทางทิศเหนือราว 200 เมตร สร้างขึ้นเพื่อการอุปโภค การชลประทานของชุมชน มีขนาดกว้างประมาณ 510 เมตร ยาวประมาณ 1,090 เมตร ลึกประมาณ 3 เมตร ก่อขอบสระด้วยศิลาแลง 3 ชั้น บนขอบสระด้านยาว คือ ด้านทิศเหนือและทิศใต้มีท่าน้ำเป็นชานกว้าง ขนาดกว้างประมาณ 6.90 เมตร ยาว 17 เมตร ปูพื้นด้วยศิลาแลงลาดลงไปยังฝั่งน้ำ ซึ่งก่อบันไดท่าน้ำเป็นทางลงสระรวม 5 ขั้น ท่าน้ำทั้ง 2 ฝั่งนี้อยู่ในแนวตรงกันประมาณกึ่งกลางของขอบสระ[4]   (ที่มาของภาพ - )