ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 น.พ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล
    
 
Untitled Document
Topic : ค่ายบางกุ้ง ตำบลบางกุ้ง อ.บางคนที จ.สมุทรสงครามวันที่ 5 ก.ย. 57 ถึง 5 ก.ย. 57
ค่ายบางกุ้งเป็นค่ายที่สร้างในสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ก่อนที่จะเสียกรุงครั้งที่ 2  นอกจากความเป็นมาทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีสิ่งที่เป็น Unsean คืออุโบสถที่สร้างในสมัยอยุธยา ที่ถูกล้วมด้วยต้นไม้ 4 ชนิด คือ ตันโพธิ ค้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง และด้านในอุโบสถมีพระพุทธรูปสมัยอยุธยาเช่นกัน
ในปลายรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์แห่งกรุงศรีอยุธยาเกิดศึกสงครามกับพม่าครั้งใหญ่หลายครั้ง ในครานั้นเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางหนึ่งที่กองทัพพม่าใช้เป็นเส้นทางเดินทางในการโจมตีไทย พระเจ้าเอกทัศน์จึงโปรดให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า “ค่ายบางกุ้ง” โดยสร้างกำแพงล้อม “วัดบางกุ้ง” ให้อยู่กลางค่าย เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร   (ที่มาของภาพ - )
หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่ 2 ให้แก่พม่าในปี 2310 ค่ายบางกุ้งไม่มีทหารประจำการและรักษาค่าย จนกระทั่งพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสามารถกู้เอกราชกลับคืนมาได้ในปีเดียวกัน และสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พระองค์โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรี และกาญจนบุรี รวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายบางกุ้งจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง”   (ที่มาของภาพ - )
ทหารจีนส่วนใหญ่เป็นลูกเรือสำเภาที่เข้ามาถวายตัวรับราชการกับพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า “ทหารภักดีอาสา” และแต่งตั้ง “ไต้ก๋งเจียม” เป็น “ออกหลวงเสนาสมุทร” เป็นหัวหน้า “ทหารภักดีอาสา” ดูแลค่ายจีนบางกุ้ง

ออกหลวงเสนาสมุทรได้สร้างค่ายบางกุ้งให้มีความถาวรตามแบบตำราพิชัยสงครามของ “ง่อกี้”

  (ที่มาของภาพ - )
พ.ศ.2311 พระเจ้ากรุงอังวะ กษัตริย์พม่าทรงโปรดให้ยกทัพโจมตีค่ายจีนบางกุ้งอยู่หลายครั้ง เหล่าทหารภักดีอาสาต่อสู้รบเป็นสามารถ จึงทำให้ทหารพม่ายังไม่อาจยึดค่ายได้
เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงทราบข่าวศึก จึงโปรดให้พระมหามนตรี (บุญมา - พระอนุชาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) จัดทัพเรือ และพระองค์ก็เสด็จยกทัพมาด้วยตนเอง มาถึงค่ายบางกุ้งในเวลาพลบค่ำ ข้างแรมเดือนมืด และบัญชาให้จอดเรือพักทัพที่ฝั่งตรงข้ามกับค่าย โดยที่ทหารพม่าหรือแม้แต่ทหารภักดีอาสาเองก็ไม่มีใครทราบ   (ที่มาของภาพ - )
ครั้นเวลายามสาม พระเจ้าตากสินทรงเรียกประชุมนายทัพนายกองเพื่อปลุกใจ และทรงนำกำลังทหารเข้าตีพม่าด้านท้ายค่ายนั้น พระองค์ทรงเน้นว่า “ถ้าช้าไปอีกวันเดียว ค่ายบางกุ้งจะแตกแล้ว ขวัญทหารไทยจะไม่มีวันฟื้นคืนได้ ถ้าไทยแพ้อีกครั้งพม่าจะฮึกเหิม พวกไทยจะครั่นคร้ามและกู้ชาติไม่สำเร็จ การรักษาค่ายบางกุ้งไว้ให้ได้ครั้งนี้ ได้ชื่อว่าท่านทั้งหลายได้ช่วยขวัญของไทยในการรบครั้งต่อไป”   (ที่มาของภาพ - )
จากชัยชนะในการรบที่ค่ายบางกุ้งปี 2311 ครั้งนั้น (เป็นสงครามครั้งแรกที่ไทยทำกับพม่า ภายหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี) ทำให้ขวัญและกำลังใจของคนไทยที่เกือบสูญสิ้นไปกับการเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าในปี 2310 กลับคืนมาอีกครั้ง   (ที่มาของภาพ - )
บริเวณด้านหน้าของอุโบสถ ที่ปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่โอบอุโบสถไว้ จนมองไม่เห็นอุโบสถ   (ที่มาของภาพ - )
เมื่อเดินเข้าไปใกล้จะเห็นประตูโบสถ์ โดยด้านหน้าข้างซ้าย จะถูกต้นโพธิโอบไว้ ส่วนด้านหน้าข้างขวาจะถูกโอบด้วยต้นไกร   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ด้านที่โอบด้วยต้นโพธิ์ ด้านล่างจะเห็นลูกนิมิตและใบเสมา ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าที่นี้เป็นอุโบสถ   (ที่มาของภาพ - )
เนื่องจากถูกโอบด้วยต่ยโพธิ จึงเรัยกอีกชื่อว่า โบสถ์ปรกโพธิ ด้านหน้าด้านซ้าย จะโอบด้วยต้นโพธิ ส่วนด้านซ้ายด้านหลังจะถูกโอบด้วยต้นไทร   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ปกติอุโบสถจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านนี้จึงน่าจะเป็นด้่านทิศเหนือของอุโบสถ โดยด้านขวามือ จะเป็นด้านหน้าของอุโบสถ ถูกล้อมด้วยต้นโพธิ ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นด้านหลังของอุโบสถ ถูกโอบด้วยต้นไทร   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ด้านทิศเหนือของอุโบสถ ด้านหลังจะถูกโอบด้วยต้นกร่าง ส่วนด้านหน้าอุโบสถ ถูกโอบด้วยต้นไกร   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย สลักจากหินทรายแดง แสดงปางมารวิชัย ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” ที่ฝาผนังของพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปพระอดีตพุทธเจ้า และภาพพุทธประวัติ   (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
  (ที่มาของภาพ - )
ด้านในของอุโบสถ มีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ    (ที่มาของภาพ - )
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดบางกุ้งเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓ ตอนพิเศษ ๕๐ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙   (ที่มาของภาพ - )
ที่วัดบางกุ้งนี้เองมีศาลอยู่ทางด้านหลัง โดยมีชื่อว่า "ศาลนางไม้เจ้าจอม" หรือศาลขององค์หญิงมณฑาทิพย์ (จันทร์เจ้า) และมีรูปฤาษี และมีน้ำสมุนไพรที่ทางวัดจัดให้แก่ผู้สนใจ   (ที่มาของภาพ - )